← 回到 Hotel Granvia Osaka

อากาศเดือนสิงหาคมในโอซาก้าไม่ใช่แค่ความร้อน แต่มันคือการถูกกักขังในไมโครเวฟยักษ์

อากาศเดือนสิงหาคมในโอซาก้าไม่ใช่แค่ความร้อน แต่มันคือการถูกกักขังในไมโครเวฟยักษ์ที่เปิดทิ้งไว้จนผิวหนังเริ่มระอุ เราลากกระเป๋าเดินทางที่ส่งเสียงครืดคราดไปตามทางเท้าที่สะท้อนความร้อนจนภาพเบลอ จนกระทั่งก้าวเข้าสู่ Hotel Granvia Osaka ความเย็นฉ่ำของเครื่องปรับอากาศปะทะใบหน้าอย่างรุนแรงจนเกือบจะลืมไปว่าโลกภายนอกกำลังละลายกลายเป็นของเหลว --- แก้วทรงสูงที่มีหยดน้ำเกาะพราวส่งกลิ่นหอมจางๆ ของเลมอนและน้ำแข็งที่กระทบกันดังกริ๊งในบาร์ของโรงแรม รสชาติเย็นจัดที่ไหลลงคอช่วยชะล้างความวุ่นวายของสถานีเจอาร์โอซาก้าที่อยู่ติดกันให้จางหายไป เรานั่งจิบเครื่องดื่มเงียบๆ ปล่อยให้ความเย็นทำงานแทนคำพูดในขณะที่ความร้อนระอุยังคงวนเวียนอยู่ข้างนอกนั่น --- "แกแน่ใจนะว่าไม่ได้ถือแผนที่กลับด้าน" ผมถามเพื่อนที่รับหน้าที่เป็นเนวิเกเตอร์ ซึ่งตอนนี้เราเดินวนรอบย่านอุเมดะเป็นรอบที่สามจนผมเริ่มสงสัยว่าเรากำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของผังเมืองที่ซับซ้อนนี้ไปแล้ว การเถียงกันเรื่องทิศทางท่ามกลางฝูงชนที่ไหลบ่าเหมือนกระแสน้ำเป็นเรื่องตลกที่น่าสมเพช โดยเฉพาะเมื่อท้องของพวกเราส่งเสียงประท้วงดังกว่าเสียงรอบข้าง --- เราพนันกันว่าใครจะใส่ชุดยูกาตะไปงานดอกไม้ไฟได้ดูตลกที่สุด ผลลัพธ์คือความล้มเหลวที่งดงาม ทุกคนดูเกอะกะในผ้าทอเนื้อหยาบที่พันรอบตัวอย่างไม่ลงตัว เราเดินเบียดเสียดกับผู้คนในงานฮานาบิ กลิ่นดินปืนจางๆ ในอากาศผสมกับเสียงหัวเราะที่ดังกลบเสียงพลุในบางจังหวะ เป็นความลับเล็กๆ ที่รู้กันแค่ในกลุ่มว่าความไม่สมบูรณ์แบบนี่แหละคือความสนุก --- จากห้องพักบนชั้นสูงของ Hotel Granvia Osaka ผมมองลงไปเห็นแสงไฟของเมืองที่เรียงตัวกันเหมือนแผงวงจรไฟฟ้าขนาดมหึมาที่กำลังเต้นตุบๆ ตามจังหวะของเมือง ความสูงระดับนี้เปลี่ยนเสียงอึกทึกเบื้องล่างให้กลายเป็นเพียงความเงียบที่สั่นสะเทือนเบาๆ ในอก ผมคิดว่าการมองเมืองจากมุมนี้ทำให้เราเห็นว่าความวุ่นวายที่ไร้ระเบียบก็มีความสวยงามในแบบของมันเอง --- ผ้าปูเตียงสีขาวสะอาดที่ตึงเป๊ะจนแทบไม่มีรอยยับส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ของน้ำยาซักผ้า สัมผัสที่เย็นและนุ่มนวลของห้องพักสไตล์ตะวันตกคือรางวัลที่ปลอบประโลมร่างกายที่อ่อนล้าจากการหลงทางมาทั้งวัน ผมทิ้งตัวลงนอนปล่อยให้ความนุ่มของฟูกดูดซับความเหนื่อยล้าทั้งหมดหายไปในความมืดที่แสนสงบ --- เราพยายามเต้นบอนโอโดริตามจังหวะในงานเทศกาล แต่ร่างกายกลับไม่ยอมทำตามคำสั่ง ผลคือเราเต้นผิดจังหวะกับทุกคนในรัศมีสิบเมตร การเคลื่อนไหวที่เกอะกะและไม่เข้าพวกกลายเป็นเรื่องตลกที่ทำให้เราหัวเราะจนตัวงอ ซึ่งผมว่ามันน่าสนใจกว่าการพยายามเต้นให้ถูกต้องตามระเบียบแบบแผนที่น่าเบื่อ --- ในช่วงเวลาสุดท้ายที่เลาจน์ เราไม่ได้คุยอะไรกันมากนัก แค่นั่งมองท้องฟ้าที่ค่อยๆ เปลี่ยนสีจากส้มเป็นม่วงเข้มพร้อมกับความรู้สึกที่ว่า การได้มาเหนื่อยด้วยกันแบบนี้มันก็ไม่เลวเหมือนกัน ไม่ต้องมีบทสรุปที่สวยหรู แค่รู้ว่าเราผ่านวันเดือนสิงหาคมที่ร้อนระอุนี้มาได้ด้วยกันก็เพียงพอแล้ว แสงไฟดวงเล็กๆ จากตึกระฟ้าที่ค่อยๆ ดับลงในความเงียบ - ลองจองห้องพักชั้นสูงเพื่อชมวิวเมืองโอซาก้ายามค่ำคืนที่สวยจนลืมหายใจ - ใช้ทางเชื่อมจากสถานีเจอาร์โอซาก้าเข้าโรงแรมโดยตรงเพื่อเลี่ยงอากาศร้อน