← 回到 Hotel Hillarys Shinsaibashi

รอยต่อของทางออกหมายเลข 6 และมวลอากาศที่หนักอึ้ง

## รอยต่อของทางออกหมายเลข 6 และมวลอากาศที่หนักอึ้ง พวกเราสี่คนยืนออกันอยู่ที่ทางออกหมายเลข 6 ของสถานีชินไซบาชิ ในสภาวะที่อากาศเดือนสิงหาคมของโอซาก้าพยายามจะกลืนกินเราเข้าไป เสื้อยืดเริ่มแนบสนิทกับแผ่นหลังด้วยความชื้นที่สูงจนน่าตกใจจนรู้สึกเหมือนสวมผ้าห่มเปียกๆ ไว้ตลอดเวลา "เราหลงหรือเปล่า" ใครบางคนพึมพำขณะจ้องมองแผนที่ในมือด้วยนิ้วที่สั่นเล็กน้อย การก้าวเดินแต่ละครั้งรู้สึกเหมือนการฝ่ากำแพงน้ำอุ่นที่มองไม่เห็น เสียงถอนหายใจดังสลับกับเสียงบ่นเรื่องคำเดิมพันที่พ่ายแพ้ให้กับความร้อน เราคุยกันด้วยประโยคสั้นๆ ราวกับกลัวว่าการเปล่งเสียงจะทำให้พลังงานหยดสุดท้ายระเหยหายไปในอากาศที่สั่นไหวด้วยไอความร้อน ## ระยะทางสามนาทีในห้วงเวลาที่ยืดขยาย จากสถานีไปถึง Hotel Hillarys Shinsaibashi มีระยะทางเพียงสามนาที แต่ในวันที่แดดเผาจนยางมะตอยส่งกลิ่นไหม้จางๆ สามนาทีนั้นกลับยืดขยายออกราวกับเป็นชั่วโมง เราเดินเลี้ยวผิดเข้าไปในซอยแคบๆ แห่งหนึ่งโดยบังเอิญ พบกับชายชราที่กำลังรดน้ำต้นไม้ในกระถางเล็กๆ ด้วยใบหน้าเรียบเฉย ท่ามกลางเสียงอื้ออึงของเมืองใหญ่ เราเดินผ่านร้านรวงที่ปล่อยไอเย็นฉ่ำออกมาปะทะผิวหน้าเป็นระยะ กลิ่นหอมมันของทาโกยากิจากร้านข้างทางลอยมาเตะจมูก ดึงความสนใจของเราให้หลุดออกจากแผนการเดินทางชั่วขณะ ผมสังเกตเห็นแสงไฟนีออนที่เริ่มกะพริบถี่ๆ ราวกับเส้นเลือดไฟฟ้าของเมืองที่กำลังเต้นระรัว ความวุ่นวายรอบตัวนั้นรุนแรงและสับสน แต่เมื่อป้ายโรงแรมปรากฏขึ้นในสายตา ความรู้สึกกลับเปลี่ยนไป มันเหมือนการเคลื่อนที่จากใจกลางพายุเข้าสู่พื้นที่ที่มีระเบียบและสงบเงียบ ## พื้นที่พักพิงและเสียงหัวเราะที่คืนกลับมา วินาทีที่ประตูห้องเดลักซ์ดับเบิลรูมเปิดออก สิ่งแรกที่เกิดขึ้นคือการพุ่งตัวลงบนเตียงนุ่มอย่างไม่คิดชีวิต ใครถึงก่อนได้ครอบครองมุมที่ชอบที่สุด ความรู้สึกตอนแผ่นหลังสัมผัสฟูกที่คืนตัวอย่างพอดีทำให้ความล้าทั้งวันมลายหายไปในทันที ผมหลงรักการออกแบบของ Hotel Hillarys Shinsaibashi ที่ผสานความดั้งเดิมแบบญี่ปุ่นเข้ากับงานศิลปะร่วมสมัยได้อย่างไม่ยัดเยียด มันให้ความรู้สึกเหมือนเราเป็นคนนอกที่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาพักผ่อนในพื้นที่ส่วนตัวที่ถูกคิดมาอย่างประณีต หลังจากนั้นเรามุ่งหน้าไปยังสปา การได้จุ่มตัวลงในน้ำอุ่นของบ่ออาบน้ำรวมเพื่อล้างคราบเหงื่อและฝุ่นควันของเมืองออกไปคือรางวัลที่ล้ำค่าที่สุด เรานั่งคุยกันท่ามกลางไอน้ำที่ลอยฟุ้ง เล่าเรื่องตลกโง่ๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างทาง ความเงียบในสปาไม่ได้ทำให้เหงา แต่กลับทำให้เสียงหัวเราะของเพื่อนชัดเจนและมีความหมายมากขึ้น ก่อนจะปิดท้ายวันด้วยรสชาติเค็มหวานของอาหารท้องถิ่นที่สั่งมาทานในห้อง ท่ามกลางแสงไฟสลัวที่ทำให้เรากล้าเปิดเผยความเหนื่อยล้าต่อกันได้อย่างเต็มที่ แสงไฟจากตึกระฟ้ากะพริบเป็นจังหวะเดียวกับลมหายใจที่สงบลง - แช่น้ำในสปาเพื่อล้างความเหนื่อยล้าก่อนออกไปสำรวจย่านชินไซบาชิ - เดินจากสถานีชินไซบาชิทางออก 6 เพียง 3 นาที สะดวกจนมีเวลาแวะชิมขนมข้างทาง