← 回到 Hotel Universal Port

"คล้ายกับว่าเราหลุดเข้ามาอยู่ในโลกใต้ทะเลเลยเนอะ"

## "คล้ายกับว่าเราหลุดเข้ามาอยู่ในโลกใต้ทะเลเลยเนอะ" "เหนื่อยไหม" คุณถามขณะพิงหลังกับบานประตูที่เพิ่งปิดลง เสียงกลอนล็อกดังคลิกเบาๆ ราวกับเป็นการตัดขาดเราออกจากโลกภายนอกที่แสนวุ่นวาย "นิดหน่อย" ผมตอบพลางกวาดสายตามองห้องที่ถูกย้อมด้วยสีน้ำเงินลุ่มลึก แสงไฟสลัวที่สะท้อนกับผนังทำให้ผมรู้สึกเหมือนกำลังจมดิ่งลงสู่ห้วงมหาสมุทรที่เงียบสงัด "ห้องสีน้ำเงินจัง" คุณพึมพำ เสียงนั้นเบาหวิวและผ่อนคลายกว่าตอนที่เราเบียดเสียดอยู่ในฝูงชนข้างนอกนั่น "คล้ายกับว่าเราหลุดเข้ามาอยู่ในโลกใต้ทะเลเลยเนอะ" ผมไม่แน่ใจว่าวันนี้เราเดินไปกี่กิโลเมตร แต่ทันทีที่ก้าวเข้าสู่ Hotel Universal Port ทุกจังหวะที่เคยเร่งรีบก็ดูเหมือนจะค่อยๆ ช้าลงจนเกือบหยุดนิ่ง ## ความเงียบสีครามที่โอบอุ้มเราไว้ สีน้ำเงินของที่นี่ไม่ใช่เพียงการออกแบบเพื่อความสวยงาม แต่มันคือการสร้างพื้นที่สุญญากาศให้เราได้วางความตื่นเต้นและเสียงอึกทึกจากโลกภายนอกทิ้งไว้ที่หน้าประตู ระยะทางสี่นาทีจาก ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ เจแปน กลับมายังโรงแรม ทำหน้าที่เป็นรอยต่อที่เปราะบางระหว่างเสียงหัวเราะที่ดังระงมกับความเงียบที่จำเป็น ลมเดือนธันวาคมที่ปะทะหน้าจนผิวเริ่มชาค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยสัมผัสอุ่นนุ่มของพรมในห้อง คาริบบีอัน ซูพีเรีย ที่ซึมผ่านเส้นใยผ้าขึ้นมาถึงฝ่าเท้า ผมมองคุณทิ้งตัวลงบนเตียงกว้างที่นุ่มจนรู้สึกเหมือนกำลังลอยคออยู่ในกระแสน้ำอุ่นที่โอบล้อมร่างกายไว้ทุกสัดส่วน กลิ่นหอมจางๆ ของเครื่องหอมในห้องผสานกับรสชาติขมปร่าของช็อกโกแลตร้อนที่จิบก่อนนอน ไหลผ่านลำคออย่างช้าๆ ท่ามกลางแสงสลัวที่ทำให้ห้องนี้ดูเหมือนถ้ำปะการังหรือฝูงแมงกะพรุนที่ล่องลอยอยู่ในความมืดมิดของมหาสมุทร เราไม่ได้สนทนาอะไรกันมากนัก แต่ความเงียบในพื้นที่สีครามนี้กลับทำให้ผมรู้สึกปลอดภัยอย่างประหลาด ราวกับว่าความสัมพันธ์ของเรากำลังถูกชำระล้างด้วยความสงบ และเรากำลังค้นหาจังหวะการเต้นของหัวใจที่ตรงกันในห้วงลึกของความทรงจำที่ไม่มีใครรบกวน แสงสีน้ำเงินค่อยๆ จางลง พร้อมกับเสียงลมหายใจที่สอดประสานเป็นจังหวะเดียว - ลองเดินไปดูไฟคริสต์มาสยามค่ำคืนด้วยกันนะ - สั่งเครื่องดื่มอุ่นๆ มาจิบในห้องตอนเช้าก่อนออกไปลุยต่อ