← 回到 Hotel Universal Port Vita

ความพร่าเลือนของจังหวะในโถงต้อนรับ

## ความพร่าเลือนของจังหวะในโถงต้อนรับ ผมไม่แน่ใจว่าเราตกลงกันไว้แบบไหนตอนจองที่พัก หรือบางทีเราอาจจะแค่ปล่อยให้ความปรารถนาที่ไร้รูปทรงนำทางเรามาจนถึง Hotel Universal Port Vita ในวันที่ท้องฟ้าของโอซาก้ากลายเป็นสีเทาหม่นและหนักอึ้ง โถงต้อนรับเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยหลายภาษาที่ซ้อนทับกันจนกลายเป็นเสียงอื้ออึง และจังหวะการก้าวเดินที่เร่งรีบของผู้คนที่มุ่งหน้าไปยังโลกแห่งจินตนาการ เราสองคนยืนอยู่ท่ามกลางกระแสนั้นด้วยความรู้สึกที่ยังปรับจูนไม่ตรงกันนัก คุณกำลังจดจ่ออยู่กับตารางเวลาในหน้าจอสมาร์ทโฟน ส่วนผมกำลังเฝ้ามองหยดน้ำที่เกาะพราวอยู่ตามชายเสื้อโค้ท กลิ่นอายของฝนเดือนมิถุนายนที่ผสมกับน้ำหอมจางๆ ของโรงแรมสร้างบรรยากาศที่ก้ำกึ่งระหว่างความตื่นเต้นและความเหนื่อยล้า เรายังคงพกเอาจังหวะที่วุ่นวายจากโลกภายนอกติดตัวเข้ามา โดยไม่ได้สังเกตเลยว่าความชื้นในอากาศกำลังทำให้ทุกอย่างรอบตัวดูนุ่มนวลและพร่าเลือนลงอย่างประหลาด ## ทางเดินที่ค่อยๆ กลืนกินเสียงฝีเท้า เมื่อลิฟต์เคลื่อนตัวขึ้นสู่ชั้นบน ความโกลาหลในโถงต้อนรับก็ถูกตัดขาดออกไปอย่างเงียบเชียบราวกับเราเพิ่งก้าวข้ามผ่านม่านที่มองไม่เห็น ทางเดินที่ปูด้วยพรมหนานุ่มทำหน้าที่กลืนกินเสียงฝีเท้าของเราให้เบาลงจนเกือบหายไป ผมรู้สึกได้ว่าจังหวะการเดินของเราเริ่มสอดประสานกันมากขึ้น ความเร่งเร้าที่เคยมีถูกแทนที่ด้วยความเงียบที่มีน้ำหนัก มีเพียงเสียงลมหายใจที่สม่ำเสมอและกลิ่นสะอาดของเครื่องปรับอากาศที่โชยมาปะทะผิว พื้นที่ตรงนี้เป็นเหมือนจุดเปลี่ยนผ่านที่ค่อยๆ ลอกเลเยอร์ของความเครียดจากการเดินทางออกไปทีละชั้น ทิ้งไว้เพียงความสงสัยเล็กๆ ที่ก่อตัวขึ้นในใจว่า สิ่งที่รออยู่หลังบานประตูห้องพักนั้นจะมีรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร ## ในฟองอากาศสีน้ำเงินที่โลกภายนอกเอื้อมไม่ถึง ทันทีที่บานประตูเปิดออกสู่ห้อง Port Deep Ocean Floor บนชั้น 14 ผมรู้สึกเหมือนเราหลุดเข้าไปอยู่ในความฝันที่ถูกออกแบบมาอย่างประณีต แสงสีน้ำเงินอ่อนที่อาบไล้ไปทั่วเพดานและผนังทำให้ห้องทั้งห้องดูเหมือนฟองอากาศขนาดใหญ่ที่ลอยนิ่งอยู่ใต้สมุทรลึก การตกแต่งที่เลียนแบบรูปทรงของปะการังและแมงกะพรุนทำให้ความรู้สึกของการอยู่ในโรงแรมจางหายไป แต่กลับกลายเป็นความรู้สึกว่าเรากำลังถูกโอบกอดด้วยความสงบอันลึกลับของท้องทะเล เราทิ้งตัวลงบนเตียงที่นุ่มจนเกือบจะจมหายไปในเนื้อผ้า ความเงียบในห้องนี้ไม่ใช่ความเงียบที่น่าอึดอัด แต่เป็นความเงียบที่อนุญาตให้เราได้ยินเสียงความคิดของกันและกันชัดเจนขึ้น ผมมองเห็นแสงไฟจากเมืองโอซาก้าสะท้อนกับผนังห้องสีน้ำเงิน สร้างมิติที่แปลกตาและลึกลับ เรานั่งกินทาโกยากิร้อนๆ ที่ซื้อมาจากร้านข้างทาง รสชาติของแป้งที่ไหม้นิดๆ กับความร้อนระอุของไส้ปลาหมึกที่ตัดกับอุณหภูมิเย็นฉ่ำของห้อง ทำให้ช่วงเวลานี้ดูพิเศษขึ้นมาโดยไม่ต้องพยายาม ผมคิดว่าการได้แบ่งปันอาหารง่ายๆ ในพื้นที่ที่ดูเหมือนโลกอื่นแบบนี้ คือการสื่อสารที่ประหยัดคำพูดแต่กลับส่งผ่านความหมายได้ลึกซึ้งที่สุด ## ขอบกระจกที่กั้นเราไว้จากเข็มนาฬิกาของเมือง เราย้ายไปยืนพิงกระจกบานใหญ่ เฝ้ามองเงาลางๆ ของ Universal Studios Japan ที่ตั้งอยู่ไม่ไกล ฝนเดือนมิถุนายนยังคงทำหน้าที่ของมันอย่างซื่อสัตย์ หยดน้ำไหลผ่านกระจกเป็นทางยาวเหมือนเส้นสายของงานศิลปะที่ถูกวาดขึ้นอย่างสุ่มเสี่ยง เรายืนอยู่ตรงนั้นโดยไม่มีใครเอ่ยคำใด เพียงแค่ปล่อยให้สายตาเฝ้ามองแสงไฟจากรถยนต์ที่วิ่งผ่านไปมาเบื้องล่างราวกับกระแสเลือดของเมืองที่ไม่มีวันหลับใหล โลกภายนอกยังคงหมุนไปด้วยความเร็วเดิม แต่ภายในห้องสีน้ำเงินของ Hotel Universal Port Vita เวลาของเรากลับเคลื่อนที่ช้าลงจนเกือบจะหยุดนิ่ง ความไม่แน่ใจในตอนแรกที่โถงต้อนรับได้จางหายไป เหลือเพียงความรู้สึกอุ่นใจที่ได้มีใครสักคนยืนอยู่ข้างๆ ในวันที่ฝนตกหนักที่สุดของปี แสงไฟสีนวลจากโคมไฟหัวเตียงสะท้อนในดวงตาของคุณขณะที่เราจมลงในความเงียบที่แสนสบาย - ลองจองห้อง Port Deep Ocean Floor เพื่อสัมผัสสภาวะกึ่งฝันใต้ทะเลที่เงียบสงบ - แวะดื่มเครื่องดื่มเบาๆ ที่เลาจน์ของโรงแรมเพื่อปรับจังหวะใจก่อนออกไปผจญภัย