← 回到 クインテッサホテル大阪ベイ

รสสัมผัสของไวน์ขาวและลมหายใจเดือนตุลาคม

## รสสัมผัสของไวน์ขาวและลมหายใจเดือนตุลาคม ผมไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ตกค้างอยู่บนปลายลิ้นคือรสเปรี้ยวบางๆ ขององุ่น หรือเป็นเพียงรสชาติของอากาศเย็นเยียบในเดือนตุลาคมที่แฝงตัวมากับแก้วไวน์ขาวใบนั้น ผมจำได้ว่าทันทีที่เช็กอินเข้าสู่ クインテッサホテル大阪ベイ สิ่งแรกที่เราทำไม่ใช่การจัดวางสัมภาระ แต่เป็นการทิ้งตัวลงบนเก้าอี้บาร์ สั่งไวน์มาดื่มคนละแก้วเพื่อชะล้างความเหนื่อยล้า ความเย็นของหยดน้ำที่เกาะพราวรอบแก้วซึมผ่านปลายนิ้ว ขณะที่รสสัมผัสอันสะอาดและสดชื่นแผ่ซ่านไปทั่วปาก เหมือนกับลมทะเลที่พัดผ่านอ่าวโอซาก้าในยามบ่าย มันเป็นรสชาติที่ทำหน้าที่เหมือนกุญแจดอกหนึ่ง ซึ่งปลดล็อกความตึงเครียดและบอกกับเราว่า การเดินทางครั้งนี้ไม่จำเป็นต้องมีแผนการที่ซับซ้อน แค่ปล่อยให้ความเงียบและรสสัมผัสของเครื่องดื่มนำทางเราไปสู่ความผ่อนคลายที่เรียบง่ายที่สุด เรานั่งมองฟองอากาศเล็กๆ ที่เต้นระบำอยู่ในแก้ว แล้วพบว่าความเงียบระหว่างเราในตอนนั้นไม่ได้น่าอึดอัดเลย แต่มันกลับเป็นพื้นที่ว่างที่เปิดให้เราได้เริ่มรับฟังเสียงของกันและกันอีกครั้ง ## พื้นที่ว่างในเฉดสีเทาที่โอบกอดความรู้สึก จากรสสัมผัสที่ยังกรุ่นอยู่ในปาก ผมพาความรู้สึกนั้นเคลื่อนย้ายกลับเข้ามาในห้องพักแบบสแตนดาร์ด ทวิน สิ่งแรกที่ปะทะสายตาคือความโปร่งโล่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นจากขนาดพื้นที่ แต่เกิดจากปรัชญาการออกแบบสไตล์คอนเทมโพรารี ชิค ที่เลือกใช้โทนสีเทาและเบจเป็นหลัก สำหรับผม มันคือสีที่ซื่อสัตย์ที่สุด เพราะมันไม่เรียกร้องความสนใจ แต่กลับทำหน้าที่เป็นฉากหลังที่ส่งเสริมให้ตัวตนของคนสองคนเด่นชัดขึ้น แสงไฟสีส้มสลัวราวกับน้ำผึ้งตกกระทบลงบนพื้นผิวไม้ของเฟอร์นิเจอร์ สร้างบรรยากาศที่ตัดขาดเราออกจากความวุ่นวายของเมืองโอซาก้าภายนอกอย่างสิ้นเชิง ผมทิ้งตัวลงบนเตียงที่กว้างขวาง สัมผัสได้ถึงความเย็นและเรียบลื่นของผ้าปูที่นอนที่โอบรับร่างกายราวกับดักแด้ที่ปลอดภัย ในขณะที่เสียงเครื่องปรับอากาศครางเบาๆ เป็นจังหวะสม่ำเสมอ ผมรู้สึกว่าพื้นที่ว่างในห้องนี้ไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อให้เราเดินผ่านไปมาได้สะดวก แต่มีไว้เพื่อให้เราได้เว้นระยะห่างให้กันได้อย่างพอดี เป็นระยะที่ใกล้พอจะเอื้อมมือถึง แต่ก็ไกลพอที่จะทำให้เรายังคงมีความเป็นส่วนตัวในขณะที่ใช้ลมหายใจร่วมกันในห้องสี่เหลี่ยมแห่งนี้ ## จังหวะของการพลิกหน้ากระดาษและความเงียบที่ทำงาน เราใช้เวลาช่วงเย็นในห้องนั้นด้วยการจมดิ่งลงในหนังสือคนละเล่ม โดยมีเพียงเสียงพลิกหน้ากระดาษที่ดังขึ้นเป็นระยะ ผมแอบสังเกตเห็นว่าคุณพลิกหน้ากระดาษช้าลงเมื่อถึงตอนที่สำคัญ และผมก็ลอบมองคุณผ่านขอบหนังสือของผมด้วยความรู้สึกบางอย่างที่อธิบายไม่ได้ เราไม่ได้คุยกันเรื่องแผนการเที่ยวในวันพรุ่งนี้ หรือถกเถียงกันว่าควรจะไป ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ เจแปน เพื่อดูเทศกาลฮาโลวีนตอนกี่โมง แต่เรากลับแบ่งปันประโยคหนึ่งในหนังสือที่ทำให้เรานึกถึงเรื่องตลกในอดีต การได้แบ่งปันพื้นที่ความเงียบร่วมกันในห้องที่กว้างขวางแบบนี้ ทำให้ผมตระหนักว่าเราไม่จำเป็นต้องพยายามเติมเต็มทุกวินาทีด้วยคำพูดเสมอไป บางครั้ง การที่เรารู้ว่ามีอีกคนนั่งอยู่ข้างๆ ในระยะที่พอเหมาะ พร้อมกับกลิ่นจางๆ ของไวน์ขาวที่ยังหลงเหลืออยู่ในอากาศ ก็เป็นคำตอบที่ชัดเจนพอแล้วว่าเรากำลังเดินไปในจังหวะเดียวกัน ความไม่แน่ใจในตอนแรกเริ่มเปลี่ยนเป็นความสบายใจที่เรียบง่าย เหมือนกับสีของห้องที่ดูเรียบแต่กลับให้ความรู้สึกที่ลึกซึ้งและมั่นคงอย่างบอกไม่ถูก แสงไฟสลัวในห้องที่ทำให้เรารู้ว่า การอยู่ตรงนี้ก็เพียงพอแล้ว - เดินทอดน่องรับลมทะเลที่พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำไคยูคังในวันที่ท้องฟ้าเป็นสีคราม - ลิ้มรสทาโกยากิร้อนๆ ย่านท่าเรือก่อนกลับมาทิ้งตัวลงบนเตียงนุ่มของโรงแรม