← กลับไป Hotel Granvia Osaka

เสียงเสียดสีของพื้นยางจากรองเท้าผ้าใบกระทบกับหินอ่อนขัดเงาในล็อบบี้ของ Hotel Gra

เสียงเสียดสีของพื้นยางจากรองเท้าผ้าใบกระทบกับหินอ่อนขัดเงาในล็อบบี้ของ Hotel Granvia Osaka ดังก้องเป็นจังหวะที่คาดเดาไม่ได้ ลูกคนเล็กกำลังวิ่งไล่กวดเงาของตัวเองที่ทอดยาวและบิดเบี้ยวไปตามระนาบของพื้นผิวที่สะท้อนแสงไฟ ผมยืนมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกกึ่งห่างเหิน กลิ่นจางๆ ของน้ำยาทำความสะอาดและอากาศเย็นฉ่ำโอบล้อมเราไว้ ผมพยายามบอกให้เขาช้าลง แต่ในโลกของเด็กวัยนี้ คำว่า 'ช้าลง' คงเป็นเพียงเสียงรบกวนที่ไม่มีความหมายเท่ากับความตื่นเต้นในการครอบครองพื้นที่กว้างขวางนี้ชั่วคราว --- ผมทิ้งตัวลงบนเตียงแบบดับเบิลเบด ความรู้สึกเหมือนร่างกายถูกดูดกลืนหายเข้าไปในความนุ่มที่ไร้จุดสิ้นสุด ผ้าปูที่นอนเย็นเฉียบสัมผัสผิวหนังราวกับแผ่นกระดาษที่เพิ่งถูกดึงออกจากตู้แช่ แต่มันกลับให้ความรู้สึกปลอดภัยอย่างประหลาด ผมนอนมองเพดานที่ว่างเปล่า พลางคิดว่าการได้จมดิ่งอยู่ในความเงียบโดยไม่ต้องตอบคำถามว่า 'ทำไม' เป็นเวลาเพียงห้านาที คือความฟุ่มเฟือยที่แท้จริงของการเดินทางครั้งนี้ --- เสียงประกาศจากสถานีเจอาร์ โอซาก้า แว่วมาไกลๆ เป็นเสียงพึมพำของเมืองที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องจักรและตารางเวลาที่แม่นยำ แต่ทันทีที่ประตูห้องปิดลง ทุกอย่างกลับถูกตัดขาดจนเหลือเพียงเสียงลมหายใจที่สม่ำเสมอของลูกคนโตซึ่งหลับไปพร้อมกับหนังสือการ์ตูนที่กางค้างไว้ ผมหลงรักความขัดแย้งของเสียงสองโลกนี้ โลกหนึ่งคือการเคลื่อนที่อย่างบ้าคลั่ง และอีกโลกหนึ่งคือการหยุดนิ่งในกล่องสี่เหลี่ยมที่เรียกว่าห้องพัก --- มื้อเช้าเริ่มต้นด้วยไข่ม้วนสีเหลืองนวล รสชาติหวานอ่อนๆ และเนื้อสัมผัสที่นุ่มจนแทบจะละลายหายไปในปาก ลูกคนโตบอกว่ามันเหมือนการกินก้อนเมฆ ผมมองดูเด็กๆ ทะเลาะกันเรื่องแยมสตรอว์เบอร์รี่ในขณะที่ไอน้ำจากถ้วยชากำลังม้วนตัวเป็นเกลียวช้าๆ ในอากาศที่เย็นจัด รสชาติของความสุขในเดือนมกราคมสำหรับผม คือการได้เห็นคนที่เรารักอิ่มท้องโดยไม่มีเสียงร้องไห้โยเยแทรกเข้ามาในบทสนทนา --- จากหน้าต่างชั้นสูง แสงไฟของย่านอุเมดะระยิบระยับเหมือนเศษกระจกที่ใครบางคนทำตกไว้บนผืนผ้ากำมะหยี่สีดำสนิท ผมเห็นเงาสะท้อนของครอบครัวในกระจก เราดูตัวเล็กจ้อยเมื่อเทียบกับตึกระฟ้าที่ล้อมรอบ แต่ในความเล็กจ้อยนั้น ผมกลับรู้สึกถึงความมั่นคงอย่างประหลาด แสงสีน้ำเงินและแดงจากป้ายนีออนด้านนอกตัดกับแสงไฟสีวอร์มไวท์ในห้อง สร้างมิติของพื้นที่ที่ทำให้ผมรู้สึกว่าเรากำลังอยู่ในแคปซูลที่ปลอดภัยและแยกตัวออกจากโลกภายนอก --- ในกระเป๋าเสื้อมีเครื่องรางชิ้นเล็กที่ได้มาจากศาลเจ้าตอนไปขอพรแรกของปี ผิวสัมผัสของผ้าไหมหยาบๆ และเชือกถักสีแดงให้ความรู้สึกถึงความเชื่อที่จับต้องได้ ลูกคนเล็กพยายามจะเอาไปแลกกับขนมในตอนแรก แต่สุดท้ายเขาก็เก็บมันไว้แนบตัว เพราะเขาเชื่อว่ามันจะช่วยให้เขาเลิกทำน้ำหกใส่เสื้อ ซึ่งผมคิดว่านั่นเป็นการใช้จินตนาการที่สร้างสรรค์และบริสุทธิ์ที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็น --- ช่วงเวลาที่ทุกคนมากองรวมกันบนเตียงขนาดใหญ่ ความเงียบที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความเหงา แต่เป็นความเหนื่อยล้าที่ถูกแบ่งปันร่วมกัน เราไม่ได้คุยอะไรกันมาก แค่รู้สึกถึงไออุ่นจากผิวหนังของคนข้างๆ และจังหวะการหายใจที่สอดประสานกันของเด็กๆ ผมรู้สึกว่าความรักบางครั้งก็ไม่จำเป็นต้องใช้ถ้อยคำ แค่การนอนเบียดกันในห้องที่อุณหภูมิกำลังพอดี ก็เพียงพอที่จะเติมเต็มช่องว่างในใจได้ทั้งหมด แสงไฟจากตึกสูงยังคงกะพริบช้าๆ ในคืนที่หนาวที่สุดของปี - พาลูกเดินสำรวจสถานีเจอาร์ โอซาก้า แล้วกลับมาดื่มโกโก้ร้อนในเลาจน์ของโรงแรมเพื่อคลายหนาว - เลือกห้องพักชั้นสูงเพื่อชมทัศนียภาพของเมืองอุเมดะยามค่ำคืน ให้เด็กๆ ตื่นตาตื่นใจกับทะเลแสงไฟ