← กลับไป Hotel Universal Port

แสงสีน้ำเงินในล็อบบี้ของ Hotel Universal Port เป็นเฉดที่ชวนให้รู้สึกเหมือนเรากำล

แสงสีน้ำเงินในล็อบบี้ของ Hotel Universal Port เป็นเฉดที่ชวนให้รู้สึกเหมือนเรากำลังจมลงสู่ก้นบึ้งของมหาสมุทรอย่างช้าๆ โดยไม่ต้องกลั้นหายใจ มันคือความรู้สึกกึ่งฝันที่โอบล้อมเราไว้ในขณะที่เสียงกรีดร้องและเสียงหัวเราะจากเทศกาลฮาโลวีนที่ USJ ยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาท แต่ทันทีที่ก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามา ทุกความวุ่นวายกลับถูกดูดซับหายไปในความเงียบที่นุ่มนวลราวกับพรมผืนหนาที่กลืนกินเสียงฝีเท้าของเราจนหมดสิ้น เราเดินจูงมือกันแบบหลวมๆ ในพื้นที่ที่ตกแต่งด้วยกลิ่นอายของปะการังและเปลือกหอย ราวกับว่าโลกภายนอกถูกตัดขาดด้วยม่านน้ำลึก เมื่อเข้าสู่ห้อง Caribbean Superior พื้นที่ตรงมุมห้องกว้างพอที่จะทำให้เสียงถอนหายใจของเราสองคนไม่ทับซ้อนกัน แสงไฟสลัวทำให้ผนังดูเหมือนคลื่นทะเลที่หยุดนิ่ง ผมมองดูคุณถอดถุงเท้าออกช้าๆ ท่ามกลางความเงียบที่ไม่ได้น่าอึดอัด แต่เป็นความเงียบที่อนุญาตให้เราเป็นตัวเองได้อย่างซื่อสัตย์ที่สุด เราทิ้งตัวลงบนเตียงที่นุ่มจนเกือบจะจมหายไปในความขาวสะอาด ในวินาทีนั้นผมคิดกับตัวเองว่า บางทีเราไม่จำเป็นต้องพยายามเข้าใจกันทั้งหมดก็ได้ แค่ยอมรับว่ามีความไม่เข้าใจบางอย่างที่ทำให้เรายังอยากอยู่ตรงนี้ด้วยกันก็เพียงพอแล้ว ผมจำรสชาติของเครื่องดื่มอุ่นๆ ในแก้วได้ ความหวานจางๆ ของน้ำผึ้งที่ปะทะกับความขมปร่าของชา มันช่างเข้ากับอากาศเดือนตุลาคมที่เริ่มเย็นเยียบจนต้องกระชับเสื้อคลุมให้แน่นขึ้น เราไม่ได้เอ่ยคำสัญญาที่ยิ่งใหญ่ แต่การได้เห็นเงาของคุณทอดผ่านผนังห้องสีน้ำเงินในเวลาเกือบเที่ยงคืน ทำให้ผมตระหนักว่าความสัมพันธ์อาจไม่ใช่การเดินไปในทิศทางเดียวกันเสมอไป แต่คือการยอมให้ใครสักคนเดินหลงทางอยู่ข้างๆ เราในพื้นที่ที่ปลอดภัยพอ ผมชอบวิธีที่คุณมองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นแสงไฟจากท่าเรือที่ลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาเป็นเส้นตรงบางๆ ตัดกับความมืดมิดในห้อง เหมือนเส้นขนานที่บังเอิญมาบรรจบกันชั่วคราวในเมืองที่วุ่นวาย และเราก็แค่ปล่อยให้วินาทีนั้นทำงานของมันไปโดยไม่ต้องหาคำนิยามใดๆ ให้เหนื่อยล้า - เดินทอดน่องไป USJ ยามเช้า สัมผัสไอเย็นและแสงแรกที่ตกกระทบผิวน้ำในท่าเรือ - ปล่อยใจให้ล่องลอยในเลานจ์ ดื่มด่ำความเงียบและบทสนทนาที่ไร้จุดหมาย