← กลับไป Hotel Universal Port

4 เศษเสี้ยวความทรงจำที่จะไม่เลือนหายในอีกห้าปี

ถึงพวกเราในอีกห้าปีข้างหน้า หวังว่าความทรงจำเรื่องการพยายามตื่นตีห้าเพื่อไปต่อแถวที่ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ เจแปน จะยังไม่จางหาย แม้สุดท้ายเราจะพ่ายแพ้ให้กับความเงียบงันที่โอบกอดเราไว้ในห้องพักจนตื่นสายกันหมดก็ตาม

4 เศษเสี้ยวความทรงจำที่จะไม่เลือนหายในอีกห้าปี

ความรู้สึกเหมือนจมดิ่งในห้วงนิทราตอนเจ็ดโมงเช้า — แสงสีน้ำเงินสลัวในห้องพักของ Hotel Universal Port ทำให้ผมรู้สึกเหมือนลอยอยู่ในมหาสมุทรสีไพลินที่นิ่งสนิท เสียงความเงียบดังก้องจนลืมไปว่าข้างนอกนั่นคือโอซาก้าที่วุ่นวาย

ระยะทางสี่นาทีที่ยืดขยายออกไปไม่สิ้นสุด — ทางเดินไปสวนสนุกที่สั้นจนน่าตกใจ แต่เรากลับใช้มันเถียงกันเรื่องร้านอาหารด้วยเสียงหัวเราะ "จะทันไหมเนี่ย" คือประโยคที่วนลูปอยู่ในอากาศที่เย็นจัดจนแสบจมูก

เตียงรูปมิสไซล์และตัวตนที่หดเล็กลง — ในห้อง Minion Room ที่เปลี่ยนผู้ใหญ่ให้กลายเป็นเด็ก สัมผัสของผ้าปูเตียงและรูปทรงประหลาดของเฟอร์นิเจอร์คือความตลกขบขันที่ไม่มีในโบรชัวร์ แต่มันกลับสลักลึกในใจ

กลิ่นอายเดือนมีนาคมและไอร้อนจากแก้วกาแฟ — กลิ่นดินชื้นและลมหนาวที่ปะทะหน้ายามตามหาซากุระที่ยังบานไม่เต็มที่ ทำให้การกลับมาทิ้งตัวลงบนโซฟากำมะหยี่ในล็อบบี้กลายเป็นความสุขที่เรียบง่ายที่สุด

เมื่อเปิดบันทึกนี้ในอีกห้าปีข้างหน้า

ผมเดาว่ารายละเอียดของเฟอร์นิเจอร์อาจเลือนลาง แต่เสียงหัวเราะตอนแย่งห้องน้ำหรือความโกลาหลยามทำแผนที่หายจะยังก้องอยู่ในหู เราคงจำความรู้สึกของการ 'หลงทางไปด้วยกัน' ในพื้นที่สีน้ำเงินของ Hotel Universal Port ได้ดี มันเหมือนการลอยคออยู่ในมหาสมุทรแห่งความวุ่นวายที่แสนสงบ ที่ซึ่งเราอนุญาตให้ตัวเองทิ้งตัวลงบนเตียงนุ่มๆ ปล่อยให้เวลาไหลผ่านไปเหมือนกระแสน้ำที่ไม่มีจุดหมาย และความสัมพันธ์ของเราก็ดูจะลื่นไหลไปตามจังหวะของคลื่นที่มองไม่เห็นนั้น

แสงสีฟ้าจางๆ ที่ตกกระทบปลอกหมอนในเช้าวันนั้น

  • ลองจอง Minion Room เพื่อสัมผัสความตลกขบขันของเตียงรูปมิสไซล์กับเพื่อน
  • เดินเล่นรอบโรงแรมยามรุ่งสาง เพื่อซึมซับความเงียบงันของโอซาก้าก่อนเมืองจะตื่น