← กลับไป &AND HOSTEL HOMMACHI EAST

ใครเริ่มพนันว่าเราจะหลงทางกี่ครั้งไม่สำคัญ เพราะเราพ่ายแพ้ตั้งแต่นาทีแรกที่ก้าวอ

ใครเริ่มพนันว่าเราจะหลงทางกี่ครั้งไม่สำคัญ เพราะเราพ่ายแพ้ตั้งแต่นาทีแรกที่ก้าวออกจากสถานี กลิ่นไอชื้นของโอซาก้าปะทะหน้าก่อนจะพาเรามาหยุดที่ &AND HOSTEL HOMMACHI EAST ล็อบบี้ที่นี่ให้ความรู้สึกเหมือนห้องนั่งเล่นของคนแปลกหน้าที่เราดันคุ้นเคยอย่างประหลาด --- ทาโกยากิลูกกลมเกรียมที่ส่งควันกรุ่น รสขิงเผ็ดร้อนที่ทำให้เพดานปากพองจนชา กลิ่นแป้งไหม้นิดๆ ลอยฟุ้งแข่งกับลมเย็นเฉียบของเดือนเมษาที่กรีดผิว มันคือรสชาติที่ตะโกนบอกเราว่า ญี่ปุ่นเริ่มต้นขึ้นแล้วจริงๆ --- "แกเอาพาสปอร์ตมาด้วยหรือเปล่า" คำถามที่ทำให้โลกหยุดหมุนไปสามวินาที "เอามา... มั้ง" เราจ้องตากันด้วยความว่างเปล่าก่อนจะระเบิดหัวเราะออกมากลางทางเดิน ความเด๋อด๋าที่ไร้ทางแก้คือความบันเทิงที่หรูหราที่สุดในทริปนี้ --- พื้นที่เวิร์กสเปซที่ถูกออกแบบมาเพื่อประสิทธิภาพ แต่เรากลับใช้มันวาดรูปล้อเลียนพนักงานและถกกันว่ากาแฟรสชาติ 'มินิมอล' เกินไปไหม รสสัมผัสที่จางจนเกือบหายไปเหมือนเส้นร่างที่ลากพลาด แต่ดันดูดีอย่างน่าประหลาด --- ตีห้าครึ่งในห้องดับเบิลทวินรูม แสงสีขาวซีดจางตกกระทบผ้าปูที่นอนที่ยับย่น ความเงียบงันที่โอบล้อมก่อนที่เพื่อนร่วมห้องจะตื่นมาโวยวายเรื่องใครใช้ห้องน้ำนานกว่ากัน คือห้วงเวลาที่ผมรู้สึกถึงความสงบที่แท้จริง --- บาร์ยามค่ำคืนที่อาบด้วยไฟสลัว เสียงน้ำแข็งกระทบแก้วดังกริ๊งเป็นจังหวะ พื้นที่ที่หลอมรวมความแปลกประหลาดของนักเดินทางทั่วโลกเข้าด้วยกัน เหมือนกระดาษที่ถูกขยำจนยับเยินแล้วถูกคลี่ออกใหม่ให้เห็นรอยพับที่สวยงาม --- กลีบซากุระสีชมพูอ่อนร่วงหล่นลงบนไหล่เพื่อนที่กำลังบ่นเรื่องรองเท้ากัดจนเท้าพอง เราไม่ได้คุยกันเรื่องความงามของธรรมชาติที่โรงกษาปณ์ แต่กลับถกเถียงกันอย่างจริงจังว่าเย็นนี้จะกินอะไรดีท่ามกลางพายุกลีบดอกไม้ --- พอมองย้อนกลับไป ทริปนี้เหมือนภาพวาดสีน้ำที่ไม่มีเส้นขอบชัดเจน มีเพียงรอยเปื้อนและความวุ่นวายที่สาดกระจาย แต่มันคือความไม่สมบูรณ์แบบที่ทำให้เราโหยหาอยากจะกลับไปทำพลาดแบบเดิมอีกครั้ง แสงแดดอ่อนๆ ที่ลอดผ่านม่านสีขาวในห้องพัก - ลองไปเดินเล่นที่โรงกษาปณ์ช่วงกลางเดือนเมษา ซากุระที่นั่นสวยจนลืมหายใจ - นั่งดื่มที่บาร์ของโฮสเทลตอนดึกๆ คุณอาจได้เพื่อนใหม่ที่คุยเรื่องประหลาดๆ ด้วยกัน