← กลับไป クインテッサホテル大阪ベイ

ใครว่าความหิวไม่ทำงานในเวลาเที่ยงคืน

## ใครว่าความหิวไม่ทำงานในเวลาเที่ยงคืน ความร้อนระอุของเดือนสิงหาคมในโอซาก้าทำหน้าที่เหมือนเตาอบขนาดมหึมาที่เคี่ยวเราจนเปื่อย ผมจำได้ถึงกลิ่นเหงื่อที่ปนกับกลิ่นอายทะเลจางๆ และเสียงจอกแจกจอแจของฝูงชนขณะเดินจากสถานี นากาฟุโตะ กลับมายัง クインテッサホテル大阪ベイ สัมผัสแรกของลมเย็นฉ่ำจากเครื่องปรับอากาศในล็อบบี้ที่ปะทะผิวหนังมันคือความหรูหราที่เหนือกว่าสิ่งใดในวินาทีนั้น เราตกลงกันด้วยกติกาบ้าๆ ว่าใครจะหาขนมที่หน้าตาประหลาดที่สุดจากร้านสะดวกซื้อได้ คนนั้นจะเป็นผู้ชนะ ผลลัพธ์คือถุงพลาสติกพะรุงพะรังที่บรรจุความอยากรู้อยากเห็นในรูปแบบของอาหารแปรรูปสีสันฉูดฉาด ซึ่งถูกหอบขึ้นมาวางแผ่หลาในห้องพักสไตล์เออร์บันรีสอร์ตที่กว้างขวางพอจะให้เราทิ้งตัวลงนอนแผ่หลาได้อย่างไร้ทิศทางโดยไม่ต้องเกรงใจกัน ซึ่งสำหรับโรงแรมในญี่ปุ่น ผมคิดว่าพื้นที่ว่างคือความหรูหราที่จับต้องได้จริงที่สุด ## รสชาติของบทสนทนาที่ไม่มีจุดหมาย "แกบอกว่าดอกไม้ไฟคือความงามแบบมินิมัลลิสต์ แต่จริงๆ มันก็แค่การจุดไฟให้ระเบิดดังปังแล้วก็หายไปในความมืดไม่ใช่เหรอ" เพื่อนคนหนึ่งพูดพลางเคี้ยวเลย์รสประหลาดจนเสียงดังกรอบแกรบก้องไปทั่วห้อง "เงียบเถอะ ฉันกำลังเสพสุนทรียะของช่วงเวลานี้อยู่" อีกคนตอบโดยไม่หันมามอง มือยังคงพยายามแกะห่อโมจิเย็นที่เริ่มละลายจนเหนียวเหนอะหนะติดปลายนิ้ว "สุนทรียะที่ทำให้เราเดินหลงทางอยู่สามชั่วโมงจนขาลากเนี่ยนะ" เราหัวเราะร่วนท่ามกลางแสงไฟสีนวลตาในห้อง Standard Twin ที่ตกแต่งแบบคอนเทมโพรารีชิค ความสะอาดสะอ้านและเส้นสายที่เรียบกริบของห้องทำให้เศษขนมที่ร่วงหล่นดูเหมือนงานศิลปะแบบสุ่มที่จงใจวางไว้ ผมมองดูโครงสร้างของห้องที่จัดวางอย่างเป็นระเบียบ มันเหมือนอาณาจักรส่วนตัวที่ตัดขาดจากความวุ่นวายของโลกภายนอก เราคุยกันตั้งแต่เรื่องพาสปอร์ตที่เกือบหายไปในฝูงชน ไปจนถึงปรัชญาการใช้ชีวิตที่ฟังดูดีแต่ไม่มีใครทำตามได้จริง บทสนทนามันไหลเอื่อยเหมือนสายน้ำที่ไม่มีปลายทาง และนั่นแหละคือส่วนที่วิเศษที่สุดของการเดินทาง เพราะมันคือช่วงเวลาที่เราอนุญาตให้ตัวเองไร้สาระได้อย่างเต็มที่ในพื้นที่ของ クインテッサホテル大阪ベイ ## ความเงียบที่โอบกอดเราไว้ เมื่อขนมชิ้นสุดท้ายถูกกลืนลงคอ คำพูดก็ค่อยๆ จางหายไปพร้อมกับความง่วงที่จู่โจมอย่างไม่ทันตั้งตัว ความเงียบที่ตามมาไม่ใช่ความอึดอัด แต่เป็นความสงบที่หนักแน่นและอบอุ่นเหมือนผ้าห่มผืนหนาที่โอบล้อมเราไว้ ผมนอนมองเพดานห้องแล้วรู้สึกว่าพื้นที่สี่เหลี่ยมแห่งนี้คือเกาะที่ปลอดภัยที่สุดในเมืองที่วุ่นวายอย่างโอซาก้า เตียงนุ่มๆ ซึมซับเอาความเหนื่อยล้าจากการเดินเที่ยวรอบไคยูคังให้ค่อยๆ เลือนหายไปในความมืด ผมตระหนักว่าความทรงจำที่ชัดเจนที่สุดของทริปนี้อาจไม่ใช่ภาพดอกไม้ไฟที่ระเบิดบนฟ้า แต่เป็นเสียงน้ำแข็งกระทบแก้วดัง กริ๊ง และกลิ่นพลาสติกของซองขนมที่วางระเกะระกะอยู่ปลายเตียง ความไม่สมบูรณ์แบบที่แสนธรรมดาและกลิ่นอายของความขี้เกียจในคืนนี้เองที่ทำให้ทุกอย่างสมบูรณ์แบบในแบบของมันเอง แสงไฟสลัวที่ค่อยๆ ดับลง พร้อมเสียงลมหายใจที่สอดประสานกันในความมืด - ทาโกยากิร้อนๆ จากร้านท้องถิ่น กินในห้องพักขณะดูทีวีญี่ปุ่น - โมจิเย็นจากร้านสะดวกซื้อ แช่ในตู้เย็นของโรงแรมให้เซตตัวก่อนทาน