← กลับไป ザ ロイヤルパークホテル アイコニック 大阪御堂筋

11 โมงเช้า กลิ่นอับชื้นของฝนเดือนมิถุนายนยังเกาะแน่นอยู่ที่ปลายแขนเสื้อ

## 11 โมงเช้า กลิ่นอับชื้นของฝนเดือนมิถุนายนยังเกาะแน่นอยู่ที่ปลายแขนเสื้อ เราก้าวเข้าสู่ ザ ロイヤルパークホテル アイコニック 大阪御堂筋 พร้อมร่มที่ยังมีหยดน้ำไหลรินลงบนพื้นกระเบื้องขัดเงาเป็นทางยาว กลิ่นไอฝนจางๆ ที่ลอยวนอยู่ในอากาศผสมกับกลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ของล็อบบี้สร้างบรรยากาศที่ก้ำกึ่งระหว่างความเปียกปอนและความหรูหรา ผมไม่แน่ใจว่าเรากำลังรีบเร่งไปสู่จุดหมายใด หรือเพียงแค่อยากจะปล่อยให้ตัวเองหลงทางวนเวียนอยู่ในเมืองที่ฝนตกไม่ยอมหยุดหย่อน ผมมองเห็นคุณพยายามสะบัดน้ำออกจากเสื้อคลุม ท่าทางเกอะกะนั้นดูน่ารักอย่างประหลาดในสายตาของผม พื้นที่กว้างขวางของล็อบบี้ทำให้เสียงถอนหายใจของเราเบาบางลงจนเกือบจะกลืนหายไปในอากาศที่ถูกปรับอุณหภูมิไว้ให้เย็นฉ่ำพอดี ความรู้สึกเหมือนเราเพิ่งข้ามเส้นแบ่งบางๆ ระหว่างความโกลาหลของย่านชูโอ กับความเงียบสงัดที่ถูกออกแบบมาอย่างประณีต การได้ยืนนิ่งๆ มองดูหยดน้ำที่ค่อยๆ ระเหยไปจากผิวหนัง ทำให้ผมตระหนักว่าการหลงทางในวันฝนตกไม่ใช่เรื่องเลวร้ายเลย หากมีใครสักคนยืนอยู่ข้างๆ แบบนี้ "เราจะอยู่ที่นี่สักพักไหม" ผมกระซิบถามเบาๆ ขณะที่เสียงฝนด้านนอกยังคงบรรเลงเป็นฉากหลัง เราไม่ได้พูดอะไรกันมากนัก เพียงปล่อยให้ความเย็นของเครื่องปรับอากาศค่อยๆ ลบความเหนียวเหนอะหนะออกจากร่างกาย เหมือนการปรับโฟกัสของเลนส์กล้องที่ค่อยๆ เปลี่ยนจากภาพเบลอของเมืองภายนอก ให้กลายเป็นความชัดเจนของพื้นที่เล็กๆ ตรงหน้าเรา ## 2 ทุ่ม บนชั้น 25 ที่แสงไฟของเมืองเริ่มทำงาน ภายในเอ็กเซกคิวทีฟเลานจ์บนชั้นเอ็กเซกคิวทีฟฟลอร์ แสงไฟจากถนนมิโดซูจิเบื้องล่างดูเหมือนเส้นเลือดของเมืองที่กำลังเต้นเป็นจังหวะเนิบช้า แสงสีส้มและขาวนับพันดวงพร่าเลือนอยู่หลังกระจกบานยักษ์ราวกับภาพวาดสีน้ำที่ยังไม่แห้งสนิท เราเลือกนั่งตรงมุมที่แสงสลัวที่สุด ในมือมีมาการองสีพาสเทลที่รสชาติหวานนำแต่ทิ้งท้ายด้วยความนุ่มนวลละมุนลิ้น กลิ่นหอมของชาอุ่นๆ ลอยวนอยู่ในอากาศ ผสมกับความเงียบที่ทำให้เราได้ยินเสียงหัวใจของกันและกันชัดขึ้น ผมคิดว่าความสัมพันธ์ของเราก็เหมือนกับภาพที่เห็นผ่านกระจกบานใหญ่ มีทั้งช่วงที่สว่างจ้าจนมองไม่เห็นรายละเอียด และช่วงที่มืดสลัวจนเราต้องขยับกายเข้าไปใกล้กันมากขึ้นเพื่อที่จะได้ยินเสียงกระซิบที่แผ่วเบา เราไม่ได้สนทนาเรื่องอนาคตหรือแผนการเดินทางในวันพรุ่งนี้ แต่เราคุยกันเรื่องรสชาติของกาแฟที่ยังติดอยู่ที่ปลายลิ้น และเรื่องที่ว่าทำไมแสงไฟในโอซาก้าถึงดูเหงาแต่กลับอบอุ่นในเวลาเดียวกัน การได้เอนหลังลงบนโซฟากำมะหยี่ตัวใหญ่ที่โอบรับร่างกายเราไว้ ทำให้ผมรู้สึกว่าความไม่แน่นอนในชีวิตมันเล็กลงไปทันทีเมื่อเทียบกับความเงียบที่แสนสบายในพื้นที่แห่งนี้ เราปล่อยให้เวลาไหลผ่านไปโดยไม่ต้องพยายามควบคุมอะไร แค่ปล่อยให้จังหวะการหายใจของเราค่อยๆ สอดประสานกันในความมืดที่มีแสงสีของเมืองเป็นฉากหลัง ความรู้สึกนี้เหมือนเราเจอจุดที่ภาพชัดที่สุด โดยไม่ต้องพยายามหมุนปรับอะไรอีกแล้ว ข้างนอกนั่นฝนยังคงตก แต่ในนี้เราอุ่นพอดี