← กลับไป ザ ロイヤルパークホテル アイコニック 大阪御堂筋

08:00, ท่ามกลางแสงเช้าในห้องอาหารชั้น 25

## 08:00, ท่ามกลางแสงเช้าในห้องอาหารชั้น 25 ผมยืนจ้องถุงเท้าเด็กสีขาวข้างหนึ่งที่หล่นอยู่บนพรม นิ่งงันอยู่อย่างนั้นจนเกือบจะลืมไปว่าต้องไปตักไข่เจียว กลิ่นเนยหอมกรุ่นและเสียงจานชามกระทบกันเบาๆ คลอไปกับเสียงเจื้อยแจ้วของลูกคนเล็กที่พยายามปีนเก้าอี้เพื่อแอบดูเชฟทำโอเมเล็ต ส่วนคนโตกำลังถกเถียงกับผมด้วยใบหน้าจริงจังว่าทำไมแพนเค้กถึงไม่เป็นรูปหัวใจ ผมไม่แน่ใจว่าความหรูหราของที่นี่ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับพลังงานมหาศาลของเด็กสองคนหรือไม่ แต่แสงแดดสีทองยามเจ็ดโมงเช้าที่สาดผ่านกระจกบานยักษ์เข้ามา ทำให้ความวุ่นวายตรงหน้าดูเหมือนฉากในภาพยนตร์ที่ถูกบันทึกไว้แบบสโลว์โมชัน ผมมองออกไปเห็นถนนมิโดซูจิที่เริ่มเคลื่อนไหวช้าๆ เหมือนเมืองทั้งเมืองกำลังบิดขี้เกียจตื่นจากหลับใหล ## 14:00, ห้วงเวลาแห่งการทิ้งตัวในห้องพัก เรากลับมาจากงานชมซากุระที่สำนักกษาปณ์ด้วยสภาพที่เรียกได้ว่าสะบักสะบอม ความเหนื่อยล้าเกาะกินจนลูกๆ บ่นว่าขาจะหลุด ผมยังจำสัมผัสของลมฤดูใบไม้ผลิที่พัดเอาความเย็นจางๆ มาปะทะหน้าตอนเดินจากสถานียโดะยาสุบะได้ดี แต่ทันทีที่ประตูห้องพักบน Executive Floor ของ ザ ロイヤルパークホテル アイコニック 大阪御堂筋 เปิดออก สิ่งแรกที่ทุกคนทำคือการทิ้งตัวลงบนเตียงอย่างหมดรูป กลิ่นผ้าปูที่นอนที่สะอาดและเย็นเฉียบดูดซับเสียงร้องโวยวายของเด็กๆ ให้เงียบลงอย่างรวดเร็ว ผมนอนราบไปกับพื้นห้อง สัมผัสความนุ่มของพรมที่ดูดซับทุกเสียงรบกวนหายไปในความเงียบ กล่องกระจกใบใหญ่ที่ลอยอยู่เหนือเมืองโอซาก้าแห่งนี้ กลายเป็นที่พักพิงที่ปลอดภัยและตัดขาดจากโลกภายนอกได้อย่างสมบูรณ์แบบในวินาทีนั้น ## 19:00, ความเงียบที่แสนนุ่มนวลหลังมื้อค่ำ ช่วงเวลาที่ผ่อนคลายที่สุดคือตอนที่ลูกๆ เริ่มง่วงแต่ยังดื้อดึงที่จะไม่หลับ เรานั่งเล่นกันอยู่ที่มุมหนึ่งของห้อง แสงไฟสีวอร์มไวท์อาบทุกอย่างให้ดูนุ่มนวลและพร่าเลือน ผมนึกถึงรสชาติของเนยหอมมันจากขนมปังในร้าน ลา เบล อัสสิเอต ที่เราแวะไปตอนกลางวัน ความมันที่ยังติดอยู่ที่ปลายลิ้นทำให้ผมรู้สึกว่าการเดินทางครั้งนี้มีรสชาติที่ชัดเจนและจับต้องได้ เราไม่ได้คุยเรื่องแผนการเที่ยวของวันพรุ่งนี้ แต่กลับใช้เวลาพิจารณามดตัวหนึ่งที่กำลังเดินอย่างมุ่งมั่นอยู่บนขอบหน้าต่าง ลูกคนโตบอกว่ามันกำลังเดินทางกลับบ้านเหมือนกับเรา ผมมองหน้าภรรยาแล้วเราก็ยิ้มให้กัน เป็นยิ้มของคนที่ผ่านสมรภูมิการเดินเที่ยวมาทั้งวันและค้นพบความสุขในเรื่องเล็กน้อยที่แสนธรรมดา ## 22:00, เมื่อโลกทั้งใบเหลือเพียงเราสองคน ความเงียบกลับมาทำงานของมันอีกครั้งหลังจากที่ผมกล่อมลูกๆ จนหลับปุ๋ย ผมเดินออกมาที่กระจกบานใหญ่ เห็นแสงไฟจากตึกระฟ้าในโอซาก้าระยิบระยับเหมือนเศษเพชรที่ใครบางคนทำตกไว้บนผืนผ้ากำมะหยี่สีดำ ผมรู้สึกว่าการเป็นคนนอกในเมืองใหญ่แบบนี้มีเสน่ห์อย่างบอกไม่ถูก ในห้วงเวลานี้ผมไม่ต้องเป็นพ่อที่สมบูรณ์แบบ หรือพนักงานที่ขยันขันแข็ง แค่เป็นผู้ชายคนหนึ่งที่ยืนจิบเครื่องดื่มเย็นๆ ในความเงียบที่แสนแพงนี้ ความเย็นของแก้วในมือตัดกับความอบอุ่นภายในห้อง ผมไม่แน่ใจว่านิยามของความสุขคืออะไร แต่การได้เห็นลูกหลับสนิทในพื้นที่ที่ปลอดภัยและสวยงามของ ザ ロイヤルパークホテル アイコニック 大阪御堂筋 น่าจะเป็นคำตอบที่ใกล้เคียงที่สุดเท่าที่ผมจะหาได้ในตอนนี้ แสงไฟสีส้มจางๆ จากตึกฝั่งตรงข้ามสะท้อนอยู่ในดวงตาที่ปิดสนิทของลูก - ลองใช้เวลาช่วงเช้าที่เลานจ์ชั้น 25 มองเมืองที่กำลังตื่นนอนพร้อมกับกาแฟร้อนๆ สักแก้ว - หากมาช่วงเมษายน การเดินไปชมซากุระที่สำนักกษาปณ์เป็นสิ่งที่ห้ามพลาด แม้จะต้องเดินเยอะหน่อยก็ตาม