← กลับไป THE ROYAL PARK CANVAS OSAKA KITAHAMA

ใครกันแน่ที่อยากกิน

## ใครกันแน่ที่อยากกิน ผมไม่แน่ใจว่าใครเป็นคนเริ่มจุดชนวนความหิว แต่ในนาทีนั้นเราทุกคนอยู่ในสภาพที่แทบจะละลายกลายเป็นเนื้อเดียวกับพื้นถนนของโอซาก้าในเดือนกรกฎาคม อากาศรอบตัวเหนียวเหนอะหนะและหนักอึ้งจนรู้สึกเหมือนกำลังเดินลุยอยู่ในน้ำแกงข้นๆ ชุดยูกาตะที่ตอนแรกเราตกลงกันว่าต้องใส่เพื่อให้ได้ภาพที่ดูละเมียดละไม กลับกลายเป็นกับดักความร้อนที่กักขังลมหายใจให้ติดขัด เราลากสังขารกลับมาที่ THE ROYAL PARK CANVAS OSAKA KITAHAMA ด้วยความรู้สึกเหมือนผู้รอดชีวิตจากสงครามความชื้น ทันทีที่ประตูเลื่อนของโรงแรมเปิดออก กระแสลมเย็นฉ่ำจากเครื่องปรับอากาศก็ปะทะใบหน้าจนเกือบจะหลั่งน้ำตาด้วยความโล่งอก แล้วจู่ๆ เพื่อนคนหนึ่งก็โพล่งขึ้นมาสั้นๆ ว่า 'หิวว่ะ' เพียงคำเดียวเท่านั้นที่เปลี่ยนทิศทางของคืนนี้ เราจึงพากันแวะร้านสะดวกซื้อหน้าปากซอย กวาดทุกอย่างที่ดูน่าจะบรรเทาความโหยหาในตอนเที่ยงคืนใส่ถุงพลาสติกใบใหญ่จนหิ้วลำบาก เดินกลับขึ้นห้องด้วยความหวังเดียวคือการได้ทิ้งตัวลงบนเตียงนุ่มๆ และปล่อยให้ความหิวถูกเติมเต็ม ## เรื่องที่คุยกันตอนเคี้ยวไก่ทอด "แกดูดิ ยูกาตะนี่มันออกแบบมาเพื่อฆ่าคนชัดๆ" เพื่อนคนหนึ่งบ่นพึมพำพลางดึงผ้าคาดเอวออกอย่างแรงจนมันเกือบจะกระเด็นไปโดนโคมไฟในห้อง "แต่รูปที่ถ่ายตรงริมแม่น้ำโทซาโบริคือดีมากนะ ยอมตายเพื่อคอนเทนต์หน่อยจะเป็นไรไป" ผมตอบกลับขณะที่กำลังแกะซองทาโกยากิที่เริ่มเย็นชืด กลิ่นซอสเข้มข้นอบอวลไปทั่วบริเวณ "ดีอะไรล่ะ ฉันเดินจนรองเท้ากัดจนแทบจะคลานกลับโรงแรมแล้วเนี่ย" เรานั่งล้อมวงกันบนพื้นห้อง Deluxe Twin ที่กว้างพอจะให้เรากางอาณาจักรของกินเล่นได้เต็มที่ เสียงหัวเราะสลับกับเสียงเคี้ยวของทอดดังระงมแข่งกับเสียงเพลงเบาๆ ในหัว เราคุยกันถึงเรื่องผู้ชายแปลกหน้าที่เจอในงานเทศกาล เรื่องพลุที่ยิงขึ้นฟ้าจนบดบังแสงดาว และเรื่องที่เราตกลงกันอย่างจริงจังว่าจะไม่ตื่นสายในวันพรุ่งนี้ ซึ่งเราทุกคนต่างรู้ดีว่ามันเป็นคำโกหกที่น่ารักที่สุดของทริป ผมมองดูเพื่อนๆ ที่กำลังแย่งไก่ทอดชิ้นสุดท้ายกันอย่างเอาเป็นเอาตาย มันเป็นความวุ่นวายที่แสนพิเศษ ผมรู้สึกว่าความสุขของทริปนี้ไม่ได้อยู่ที่การไปเช็คอินที่แลนด์มาร์คดังๆ แต่อยู่ตรงที่การได้บ่นเรื่องความซวยของวันนั้นร่วมกันในห้องที่เย็นฉ่ำ "ถ้าพรุ่งนี้ตื่นเที่ยง ใครตื่นทีหลังต้องเลี้ยงกาแฟที่ Canvas Lounge นะ" "ดีล!" เราตอบพร้อมกันโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด ## ความเงียบหลังถุงขนมว่างเปล่า เมื่อความหิวถูกเติมเต็มจนอิ่มหนำ บทสนทนาที่เคยดุเดือดก็ค่อยๆ จางลง เหลือเพียงเสียงหึ่งๆ ของเครื่องปรับอากาศที่ทำงานอย่างหนักเพื่อต่อสู้กับไอความร้อนที่ยังหลงเหลืออยู่ภายนอก ผมมองไปที่ซากถุงพลาสติกและกล่องอาหารที่วางระเกะระกะบนโต๊ะ มันดูไม่เรียบร้อยและไร้ระเบียบ แต่น่าประหลาดที่ผมรู้สึกว่านี่คือส่วนที่จริงแท้ที่สุดของการเดินทาง ห้องพักที่นี่เหมือนผืนผ้าใบว่างเปล่าตามชื่อโรงแรมที่ปล่อยให้เราเติมความไร้สาระและความเป็นมนุษย์ลงไปได้ตามใจชอบ ผมเอนตัวลงนอนบนเตียง สัมผัสได้ถึงความตึงของผ้าปูที่นอนที่เย็นเฉียบและความเงียบที่ค่อยๆ คืบคลานเข้ามาโอบกอดเราไว้ ความเหนื่อยล้าของทั้งวันกลายเป็นเรื่องตลกเมื่อเรามีพื้นที่ปลอดภัยให้กลับมาซุกตัว แสงไฟจากตึกสูงข้างนอกหน้าต่าง ค่อยๆ ดับลงทีละดวงราวกับกำลังส่งเราเข้านอน - ไก่ทอดคาราอาเกะแบบเย็นๆ กับเบียร์กระป๋องจากลอว์สัน - พุดดิ้งนมสดเนื้อเด้ง รสละมุน กินปิดท้ายก่อนหลับ