"คิดว่าเราจะหลงทางไหม" คุณถามขึ้นขณะที่เราก้าวออกจากสถานีฮิกาชิอุเมดะ ท่ามกลางกระแสผู้คนที่ไหลบ่าเหมือนสายน้ำสีเทาที่ไม่มีวันหยุดนิ่ง กลิ่นอายของเมืองใหญ่และเสียงสัญญาณไฟจราจรดังระงมอยู่รอบตัว ผมยิ้มบางๆ แล้วตอบว่า "ถ้าหลงก็คงดีนะ" เราหัวเราะเบาๆ ให้กับความไร้จุดหมายนั้น ก่อนที่ลิฟต์ของ APA Hotel & Resort Osaka Umeda Eki Tower จะพาเราทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า รวดเร็วเสียจนความดันในหูเปลี่ยนไป ทิ้งความวุ่นวายของโอซาก้าไว้เบื้องล่างในชั่วพริบตา ราวกับเรากำลังเดินทางข้ามมิติเข้าสู่พื้นที่ส่วนตัวที่เวลาเดินช้าลง
พื้นที่ว่างที่ทำให้เราได้ยินเสียงหัวใจตัวเองชัดขึ้น
ผมคิดว่าความสัมพันธ์ก็เหมือนกับห้องพักในทาวเวอร์สูงแห่งนี้ มีโครงสร้างที่ชัดเจนและมั่นคง แต่ภายในกลับเป็นพื้นที่ว่างที่เราสามารถจัดวางความรู้สึกได้ตามใจชอบ เราทิ้งตัวลงบนเตียงในห้องคิงเบดรูมที่นุ่มจนเกือบจะกลืนร่างเราหายไปในความขาวสะอาด สัมผัสของผ้าปูที่นอนเย็นเฉียบตัดกับอุณหภูมิห้องที่พอเหมาะ กลิ่นจางๆ ของสบู่และไอระเหยของน้ำอุ่นจาก Genyo no Yu ยังคงติดอยู่ที่ผิวหนัง ช่วยชะล้างความล้าจากการเดินตามหาดอกวิสทีเรียที่บานสะพรั่งในเดือนพฤษภาคมให้จางหายไป เราเหมือนถูกห่อหุ้มอยู่ในฟองอากาศขนาดใหญ่ที่ลอยเด่นอยู่เหนือย่านอุเมดะ รสหวานละมุนของขนมพื้นเมืองที่แบ่งกันกินเมื่อบ่ายยังคงตกค้างอยู่ที่ปลายลิ้น ทำงานร่วมกับความเงียบระหว่างเราได้อย่างประหลาด เราไม่ได้คุยเรื่องอนาคตที่ไกลตัว แต่กลับจดจ้องแสงไฟของเมืองที่กะพริบวิบวับผ่านกระจกบานใหญ่ราวกับกลุ่มดาวที่ตกลงมาอยู่บนพื้นดิน แสงสีส้มและน้ำเงินของเมืองหลวงสะท้อนลงบนผิวสัมผัสของเฟอร์นิเจอร์สมัยใหม่ สร้างบรรยากาศที่กึ่งจริงกึ่งฝัน พื้นที่ว่างในห้องนี้ไม่ได้ทำให้เรารู้สึกห่างกัน แต่มันกลับขยายความรู้สึกที่มีต่อกันให้ชัดเจนขึ้น ในจังหวะที่โลกภายนอกหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง การได้เห็นคุณหลับตาพริ้มบนหมอนที่โอบรับสรีระอย่างพอดี ทำให้ผมตระหนักว่าความสุขอาจไม่ต้องมีคำนิยาม แค่มีพื้นที่ปลอดภัยและเตียงที่นุ่มพอจะให้เราทิ้งตัวลงไปพร้อมกันก็เพียงพอแล้ว
แสงไฟจากตึกระฟ้าสะท้อนในดวงตาของคุณ และผมไม่คิดจะหันมองทางอื่น
- ลองไปแช่น้ำร้อนด้วยกันตอนเช้ามืดก่อนที่เมืองจะตื่นจากการหลับใหล
- สั่งเครื่องดื่มที่บาร์ชั้นบนแล้วนั่งดูแสงไฟของโอซาก้าในความเงียบ