อาหารเช้าในเลาจน์มีรสชาติประหลาดที่ชวนให้สงสัย แต่กลับดึงดูดให้ตักเพิ่มอย่างไม่หยุดหย่อน กลิ่นกาแฟคั่วหอมกรุ่นลอยวนอยู่ในอากาศยามเจ็ดโมงเช้า ผสมกับไออุ่นของอาหารที่ทำให้ความหนาวสั่นเริ่มจางลง "นี่แหละรสชาติของโอซาก้า" เพื่อนผมพูดพลางเคี้ยวตุ้ยๆ
"เราดูเหมือนสิ่งแปลกปลอมในย่านนี้เลยเนอะ" เพื่อนทักขึ้นขณะที่เราสวมเสื้อผ้าสีฉูดฉาดเดินตัดกับตึกธนาคารสีเทาหม่นที่ดูเคร่งขรึม เราหัวเราะร่าให้กับการเป็นจุดสีที่เด่นที่สุดในภาพวาดสีน้ำมันที่จืดชืดใบนี้
แผนการตื่นหกโมงเช้าเพื่อไปยิมกลายเป็นเรื่องตลกที่เล่าซ้ำได้ไม่รู้จบ สุดท้ายเรากลับไปนอนอืดอยู่ที่เลาจน์ ปล่อยให้เวลาไหลผ่านไปพร้อมกับกาแฟฟรีจนถึงสิบโมง การทำตามแผนนั้นช่างน่าเบื่อหน่าย แต่การทรยศต่อวินัยเพื่อความเกียจคร้านร่วมกันต่างหากที่น่าตื่นเต้น
ช่วงเวลาที่เงียบที่สุดคือตอนที่เหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นแสงไฟระยิบระยับของเมืองในเดือนพฤศจิกายน ลมเย็นเยียบปะทะผิวหน้าจนรู้สึกชา แต่ในความหนาวนั้น ความวุ่นวายเบื้องล่างกลับดูไกลห่างออกไป เหมือนเรากำลังดูหนังเงียบที่ไม่มีเสียงรบกวน
พื้นที่ใน THE ROYAL PARK CANVAS OSAKA KITAHAMA ให้ความรู้สึกเหมือนสตูดิโอของศิลปินที่ยังวาดไม่เสร็จ มีความดิบและโปร่งสบาย แสงไฟสีนวลตาที่ตกกระทบกระเป๋าเดินทางที่วางระเกะระกะทำให้เรารู้สึกว่า การตื่นสายในห้องพักแบบ Comfort Double ไม่ใช่เรื่องผิดบาปอะไร
เราเดินหลงไปเจอไฟประดับที่มิโดซูจิโดยบังเอิญ แสงสีทองทอดยาวสุดลูกหูลูกตา ราวกับมีใครเอาพู่กันยักษ์จุ่มสีทองแล้วลากผ่านเมืองทั้งเมืองในคืนเดียว เราเดินคุยกันเรื่องไร้สาระ ปล่อยให้แผนที่ในมือกลายเป็นเพียงเศษกระดาษที่ไม่มีความหมาย
การเป็นคนนอกในเมืองที่หมุนเร็วราวกับพายุแบบนี้มันน่าสนใจดีนะ โดยเฉพาะเมื่อมีเพื่อนที่บ้าพอๆ กันคอยเดินเคียงข้าง ให้เราได้บ่นเรื่องรองเท้ากัดที่กัดลึกถึงความรู้สึก และหัวเราะให้ความเด๋อด๋าของตัวเอง
แสงไฟสีส้มจางๆ บนถนนที่ว่างเปล่าและเงียบงัน
- ลองไปเดินเล่นริมแม่น้ำโดซาโบริตอนสายๆ มีคาเฟ่เท่ๆ ให้แอบนั่งดูคนทำงาน
- ใช้เวลาในเลาจน์ให้คุ้ม กาแฟฟรีคือสิ่งที่ดีที่สุดของการตื่นสาย